ระวัง! ภัยเงียบจาก Electrostatic: เมื่อประกายไฟเพียงนิด อาจเปลี่ยนโรงพิมพ์กราเวียร์ให้กลายเป็นทะเลเพลิง

ในอุตสาหกรรมการพิมพ์แบบกราเวียร์ (Gravure Printing) สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการจะละเลยไม่ได้เลยคือ “ความปลอดภัย” โดยเฉพาะอันตรายที่มองไม่เห็นอย่าง Electrostatic หรือไฟฟ้าสถิต ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดไฟไหม้และการระเบิดในโรงพิมพ์มานักต่อนัก


ทำไมการพิมพ์กราเวียร์ถึงเสี่ยงต่อการระเบิด?


หัวใจสำคัญของปัญหานี้เกิดจากองค์ประกอบ 3 อย่างที่มาบรรจบกันพอดี:


1. สารทำละลาย (Solvents): หมึกพิมพ์กราเวียร์ส่วนใหญ่มักใช้สารทำละลายที่ไวไฟสูง (เช่น Toluene หรือ Ethyl Acetate) ซึ่งจะระเหยกลายเป็นไอผสมกับอากาศจนกลายเป็นบรรยากาศที่พร้อมจุดติดไฟได้ทุกเมื่อ


2. กระบวนการทำงาน: การที่วัสดุพิมพ์ (ฟิล์มหรือกระดาษ) วิ่งผ่านลูกกลิ้งด้วยความเร็วสูง ทำให้เกิดการเสียดสีและการแยกตัวของผิวสัมผัสอย่างต่อเนื่อง


3. Electrostatic: การเสียดสีดังกล่าวทำให้เกิดการสะสมของประจุ Electrostatic ปริมาณมหาศาลบนพื้นผิววัสดุและเครื่องจักร
จุดวิกฤต: เมื่อ Electrostatic กลายเป็น “ประกายไฟ” เมื่อประจุ Electrostatic สะสมจนถึงระดับหนึ่งและไม่มีการถ่ายเทออกอย่างถูกต้อง มันจะพยายาม “กระโดด” ข้ามช่องว่างเพื่อหาทางลงดิน (Discharge) กลายเป็นประกายไฟ (Spark) หากในขณะนั้นมีความเข้มข้นของไอสารทำละลายในอากาศพอเหมาะ ประกายไฟเพียงนิดเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดการระเบิดรุนแรงได้ทันที


มาตรการป้องกันและวิธีรับมือแนวทางการลดความเสี่ยง ดังนี้:


• ระบบสายดิน (Earthing & Bonding): ส่วนประกอบที่เป็นโลหะทั้งหมดของเครื่องพิมพ์ต้องมีการเชื่อมต่อลงดินอย่างแน่นหนา เพื่อให้ประจุ Electrostatic ไหลถ่ายเทออกไปได้ตลอดเวลา ไม่เกิดการสะสม
• อุปกรณ์ลดประจุ (Antistatic Bars): ติดตั้งแท่งลดไฟฟ้าสถิตในจุดที่วัสดุวิ่งผ่าน เพื่อปรับสมดุลประจุบนผิววัสดุให้เป็นกลาง
• การควบคุมความชื้น: รักษาความชื้นสัมพัทธ์ในโรงพิมพ์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะอากาศที่แห้งเกินไปจะส่งเสริมให้เกิด Electrostatic ได้ง่ายขึ้น
• เครื่องตรวจวัดความเข้มข้นของก๊าซ (LEL Monitoring): ติดตั้งระบบตรวจวัดไอสารระเหย เพื่อควบคุมไม่ให้มีความเข้มข้นสูงจนถึงจุดที่เสี่ยงต่อการระเบิด


สรุป
อันตรายจาก Electrostatic ในโรงพิมพ์กราเวียร์ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ การทำความเข้าใจกลไกการเกิดประจุและการตรวจสอบระบบป้องกันอย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องทรัพย์สินและเครื่องจักรราคาแพง แต่ยังหมายถึงการรักษาชีวิตของพนักงานทุกคนในโรงงานอีกด้วย


หมายเหตุ: การปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงอันตรายจากการระเบิด (Ex-Zone) ควรเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล เช่น ATEX หรือข้อกำหนดทางกฎหมายของแต่ละประเทศอย่างเคร่งครัด