กลยุทธ์ ESG ของเรา: จากธรรมาภิบาลสู่เครื่องจักร

กลยุทธ์ ESG และการออกแบบอย่างยั่งยืนของ Uteco สำหรับการพิมพ์ระบบ Flexo: เปลี่ยนความยั่งยืนให้เป็นมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging)

Uteco ผู้นำระดับโลกด้านการออกแบบและผลิตเครื่องจักรการพิมพ์สำหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน ได้เสริมสร้างกลยุทธ์ ESG ที่เป็นรูปธรรมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยบูรณาการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลเข้าด้วยกันอย่างครอบคลุม

เส้นทางนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2022 และได้ขยายผลสู่ แผนปฏิบัติการ ESG (ESG Action Plan) ที่มีเป้าหมายที่วัดผลได้และผ่านการรับรองโดยหน่วยงานภายนอก Uteco มุ่งมั่นที่จะเพิ่มการใช้พลังงานจากแหล่งหมุนเวียน บรรลุการรับรองมาตรฐานใหม่ๆ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และคุณภาพ รวมถึงพัฒนาโครงการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่ล้ำสมัย โดยมุ่งเน้นที่การประหยัดพลังงานและการลดการใช้ทรัพยากร ขณะเดียวกันก็ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและสรีรศาสตร์ (Ergonomics) ของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและมีประสิทธิภาพ

ความสำเร็จนี้โดดเด่นด้วยการลงมือทำจริงในทุกๆ วันของทีมงาน ไม่ว่าจะเป็นวิศวกร ช่างเทคนิค พนักงานควบคุมเครื่อง และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งใช้ทักษะความสามารถในการรับประกันนวัตกรรมที่ต่อเนื่องและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเครื่องจักรและการบริการทุกชิ้น

การทำงานเป็นทีมนี้เองที่เปลี่ยนเป้าหมายระดับองค์กรให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดยมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีและความยั่งยืนอย่างไม่หยุดนิ่ง


ความยั่งยืนที่ฝังอยู่ในการออกแบบ: กรณีศึกษาของเครื่องพิมพ์ Flexo แบบ Central Impression

ความก้าวหน้าทางเทคนิคที่แท้จริงเห็นได้ชัดจากตัวผลิตภัณฑ์ ในปี 2024 Uteco บรรลุความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการกำหนดแนวทางและดัชนีชี้วัด (KPIs) เพื่อประเมินความยั่งยืนของเครื่องพิมพ์ Flexographic แบบ Central Impression ซึ่งได้รับการประกาศเป็นมาตรฐานทางการใน Reference Practice UNI/PdR 169:2024

เอกสารบุกเบิกฉบับนี้ พัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับ ACIMGA และคณะทำงานด้านเทคนิคแบบสหวิทยาการ ถือเป็นความพยายามครั้งแรกในการวัดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมของเครื่องจักรเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรมและสามารถเปรียบเทียบกันได้

UNI/PdR 169:2024 กำหนดดัชนีชี้วัดหลัก 11 ประการ ตั้งแต่การใช้พลังงาน (ทั้งในช่วงเริ่มเดินเครื่องและช่วงการพิมพ์) ไปจนถึงการใช้สารละลาย (Solvent), ขยะเศษวัสดุ, รวมถึงพารามิเตอร์ด้านสรีรศาสตร์และความสั่นสะเทือน โดยตัวชี้วัดเหล่านี้จะถูกประเมินแบ่งเป็น 3 ระดับ (A, B, C) และเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของวาระปี 2030

ในเชิงเทคนิค เครื่องจักรของ Uteco ได้นำโซลูชันต่างๆ มาใช้ เช่น:

  • ActiveSTART: ระบบปรับแรงกดและจุดพิมพ์ (Register) อัตโนมัติ เพื่อลดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพในช่วงเริ่มเดินเครื่อง

  • BounceVOID: ระบบควบคุมความสั่นสะเทือนและเสียงรบกวน ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งคุณภาพงานพิมพ์และสุขภาวะของผู้ปฏิบัติงาน

  • ActiveSTART (Modular Drying): ระบบอบแห้งแบบโมดูลาร์ ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมากผ่านการควบคุมความร้อนแบบปรับเปลี่ยนได้ (Adaptive Intensity Control)

  • ActiveINK: ระบบอัตโนมัติขั้นสูงในกระบวนการล้างเครื่อง เพื่อลดการใช้สารละลายและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

นอกจากนี้ ความใส่ใจด้านความยั่งยืนทางสังคมยังสะท้อนผ่านนวัตกรรมที่ปรับปรุงด้านสรีรศาสตร์ (เช่น ชุดใบมีดปาดหมึกน้ำหนักเบาพิเศษ และตลับอบแห้งน้ำหนักเบา) ความปลอดภัย และการยอมรับความแตกต่าง (Inclusiveness) โดยส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานที่มีลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างกันสามารถเข้าถึงและใช้งานเครื่องจักรได้ง่ายขึ้น


นวัตกรรมและพันธมิตรเพื่อระบบนิเวศที่ยั่งยืน

แนวทางของ Uteco นั้นไปไกลกว่าแค่ตัวผลิตภัณฑ์ ด้วยการรวมกลุ่ม Flex-Converting Alliance (FlexCA) ทำให้กลุ่มบริษัทสามารถร่วมมือกับบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการรีดพลาสติก (Extrusion), ระบบตรวจสอบ (Vision Systems), การกรอตัด (Slitting) และการพิมพ์ดิจิทัล เพื่อสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีแบบครบวงจร ในขณะเดียวกัน การเป็นพันธมิตรกับสมาคมอย่าง ACIMGA และสถาบันวิจัยต่างๆ ก็ช่วยเร่งการพัฒนามาตรฐานร่วมกันและสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์แห่งอนาคต

การออกแบบโครงสร้างเครื่องแบบโมดูลาร์ในไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น เครื่องพิมพ์ Flexo ตระกูล Onyx (GO, RACE, OMNIA) รวมถึงเครื่องเคลือบและลามิเนต PrismaCL รุ่นล่าสุด สามารถตอบสนองความต้องการด้านการปรับแต่ง (Customization) และความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่

บุคลากรของ Uteco คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังระบบนิเวศนี้ ทุกเครื่องจักรใหม่ ทุกสิทธิบัตร และทุกกระบวนการบริการ ล้วนเกิดจากการทำงานเป็นทีม การวิจัยอย่างต่อเนื่อง และความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเต็มไปด้วยนวัตกรรม